日本語応用言語学 2010年後期 チュラーロンコーン大学文学部日本語学科
Content
Content


My Goal
学習目標

My Rubric
評価基準

All about My Goal
依頼メール1
依頼メール2
依頼メール2.1 依頼メール2の内省文
依頼メール2.2 依頼メール2の内省文の続き
敬語→タメ口1
敬語→タメ口1.1 敬語→タメ口の output5 の内省文
敬語→タメ口1.2 敬語→タメ口の input3 の内省文
敬語→タメ口1.3 敬語→タメ口の output6 の内省文
敬語→タメ口1.4 敬語→タメ口の input4 の内省文
敬語→タメ口1.5 敬語→タメ口の output7 の内省文

Task
タスク1:ギタリスト 1回目ー3回目+内省文
タスク2:それは秘密です 1回目ー3回目+内省文
タスク3:志望理由書 1回目ー2回目+内省文
タスク3:志望理由書3回目 3回目+内省文

その他
メモ①:色んな手で??
メモ②:三日坊主+シラフ

My Evaluation
評価フォーム

My Profile
自分の日本語


別窓 | 目次 | Comments:3 | Trackbacks:0 | top↑
My Evaluation
และแล้วก็มาถึงเอนทรี่นี้จนได้...

My Evaluation (評価フォーム)

ลองย้อนกลับไปดูกันก่อนว่าเรามีอะไรบ้าง

My Goal (学習目標) (แบบละเอียด คลิ๊กที่นี่ เลยค่ะ)
- สามารถอีเมลล์ติดต่อกับคนญี่ปุ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เลือกใช้ภาษาได้เหมาะสม และระวังไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด

My Rubric (評価基準) (ดูได้จาก ที่นี่ เลยค่ะ)

เรามาไล่ดู My Rubric กันไปทีละข้อเลยละกันนะคะ ว่าหนึ่งเทอมที่ผ่านมาเราพัฒนาหรือด้อยลงไปยังไงบ้าง

1. เขียนอีเมลได้เร็วขึ้น
คิดว่าเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมากๆเลยค่ะ จากเมื่อก่อนที่เมลยาวๆใช้เวลาเป็นชั่วโมง ตอนนี้หากเป็นเมลในรูปแบบที่ถนัด (พวกแลกของหรือไรแบบนี้)จะใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีก็พร้อมส่ง หากเป็นเมลยาวๆที่มีเนื้อหาไม่ค่อยคุ้น พวกคุยทั่วไป หรือต้องใช้ความคิดในการเขียนเยอะๆก็ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถือว่าเร็วขึ้นมากเลยนะ

2. แยกใช้ภาษาสุภาพกับไม่สุภาพ
ตอนแรกก็นึกว่าจะถนัดรูปไม่สุภาพมากกว่า แต่พอมาเขียนดูจริงๆและลองพิจารณาดูแล้ว ท่าทางว่าเราจะถนัดรูปแบบสุภาพมากกว่าแฮะ อาจเพราะใช้บ่อยกว่าด้วย ในขณะที่รูปไม่สุภาพยังใช้ได้ไม่ค่อยคล่องนัก แถมพอใช้รูปไม่สุภาพปุ๊บก็จะติดใช้ภาษาผู้ชายขึ้นมาด้วยอีก อีกทั้งยังไม่สามารถเปลี่ยนจากภาษาสุภาพเป็นภาษาไม่สุภาพได้ทันทีอีกด้วย ยังต้องฝึกเรื่องการเลือกใช้ภาษานี่อีกค่ะ

3. รูปแบบการเขียนอีเมลล์ถูกต้อง
หากเช็คตามที่อาจารย์สอนมา และตามที่พี่ทีมเคยลงเอาไว้ก็ถือว่าโอเคค่ะ
แต่จากการเรียนรู้จากเมลคนญี่ปุ่นที่ส่งมาให้ ก็พบว่าจริงๆแล้วหากเป็นการส่งกันระหว่างเพื่อนหรือหลังจากที่ส่งหากันหลายๆครั้งแล้ว รูปแบบที่ตายตัวของพวกนั้นก็จะหายไปเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเคร่งเสมอไป

4. สื่อสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาได้ วิเคราะห์ได้ว่าส่งผลให้อีกฝ่ายคิดอย่างไร
ถือว่าสามารถสื่อออกมาได้ในระดับนึง แต่ก็ยังมีบ่อยครั้งที่นึกไม่ออกว่าจะพูดคำๆนี้เป็นภาษาญี่ปุ่นได้อย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะสามารถแสดงสิ่งที่ตนเองคิดออกมาได้อย่างเต็มที่
ส่วนเรื่องสามารถวิเคราะห์ได้ว่าส่งผลให้อีกฝ่ายคิดอย่างไร เนื่องจากพอทำจริงๆแล้วไม่มีโอกาสได้ถามความคิดเพื่อนคนที่เราส่งเมลไปให้ (อายค่ะ พอจะทำจริงแล้วไม่กล้า)จึงไม่ทราบว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับเมลเรากันแน่ แต่ก็สามารถสื่อสารกันรู้เรื่องเข้าใจได้ค่ะ (่เช่น ดูจากการกระทำหลังจากติดต่อกันซึ่งเป็นไปตามที่เราได้บอกไว้ เป็นต้น)

5. แสดงความคิดเห็นของตนได้โดยไม่ต้องหาศัพท์จากพจนานุกรม นำศัพท์ที่เรียนมาไปใช้จริง
ยังคงต้องหาศัพท์จากพจนานุกรมอยู่บ้าง แต่ก็น้อยลงเยอะค่ะ(สังเกตได้จากเวลาที่ใช้ในการเขียนเมลน้อยลง เพราะหาศัพท์น้อยลง) แต่ที่ยังคงต้องหาบ่อยอยู่ก็คือ สำนวนภาษา ค่ะ เพราะยังไม่ค่อยมั่นใจกับสำนวนของตัวเองว่าถูกต้องไหม เลยยังติดนิสัยต้องเช็คอยู่บ่อยๆ
ส่วนการนำสำนวนที่เรียนมาไปใช้จริงในเมลนั้นก็มีบ่อยอยู่เหมือนกัน ในทางกลับกันก็มีการนำศัพท์หรือสำนวนที่ใช้ในการเขียนเมลอยู่บ่อยๆไปใช้เวลาเรียนด้วยเช่นกัน เป็นผลที่คาดไม่ถึงที่น่ายินดีค่ะ

6. รักษาความสัมพันธ์กับฝ่ายตรงข้ามได้ สามารถทำให้เขาปฏิบัติต่อเราอย่างปกติไม่ใช่ต่อคนต่างชาติได้
ในส่วนของคนที่ติดต่อแลกของด้วยกัน สามารถรักษาความสัมพันธ์กันไปได้จนถึงการติดต่อสิ้นสุดลง ส่วนคนที่เป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ก็ัยังเมลติดต่อกันอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นถือว่ารักษาความสัมพันธ์กับเค้าได้ในระดับนึงค่ะ
นอกจากนี้ก็เห็นฝ่ายตรงข้ามใช้คำยากๆกับเราอยู่บ่อยๆ จึงคิดว่าเค้าคงปฏิบัติกับเราเช่นเดียวกับคนในชาติเค้าค่ะ อาจจะเป็นการคิดไปเองฝ่ายเดียวก็เป็นได้แต่เพียงแค่นี้ก็ค่อนข้างพอใจแล้วค่ะ

ที่สำคัญคือมีเพื่อนบอกว่าเมลของเรา 日本人っぽいด้วย ดีใจมากๆเลยค่ะ


สุดท้ายนี้ แม้ว่าตามหลักการประเมินทั้งหลายของเราจะมีทั้งที่เป็นไปตามที่คิด หรือไม่เป็นไปตามที่คิด ทำได้ดีขึ้นบ้าง ทำได้ไม่ค่อยดีไปบ้าง แต่หากจะพูดถึงหลักการประเมินในแบบของเราเองหรือก็คือ 自己満足 แล้วเนี่ย ถือว่าการทำงานครั้งนี้พอใจมากจริงๆค่ะ

การเรียนครั้งนี้ทำให้เราได้ฝึกการสังเกตการใช้ภาษาทั้งของตัวเอง ฝ่ายตรงข้าม รวมไปถึงสิ่งที่่อยู่รอบๆตัวเราที่เราได้ดูได้ฟัง..จากที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน พอมาสังเกตและนำไปใช้ก็ทำให้ตัวเองพัฒนาขึ้น จากนี้ไปก็จะพยายามต่อๆไปกับภาษาญี่ปุ่นและการเขียนเมลของตัวเองด้วยค่ะ

ขอบคุณอาจารย์มากๆนะคะ



別窓 | 評価フォーム | Comments:0 | Trackbacks:0 | top↑
GOAL: 敬語→タメ口1.5
เอาล่ะ...มาถึงครั้งสุดท้ายของซีรีส์ 敬語→タメ口 กันแล้วนะคะ!!!
เอนทรี่นี้เราจะมา 内省 output7 กันค่ะ

申請ありがとうございます
わかった!!敬語なしでね

そうですね
嵐5人が居るのに、なんでF4の道明寺しか呼ばなかったの?・・・って思ったぐらいだよね
でも、花男Fはもう2年ぐらい終わっても道明寺役の潤くんしか好きじゃない人は何人もいるらしいですよね
それは嵐ファンにとって・・・ちょっと残念だけど

わかった!!「○○」で呼ぶね
○○って書いて「○○」って読むなんだ!はじめて知ったわ(笑)

同い年だ!!
でも、○○さんは今年社会人になるんだよね?すごい~
わたしだって・・・あと1年残ったけど

翔くん、最近の髪型はすごいイメチェンすぎてはじめてZEROを見たときに本当にびっくりしたよ
前髪は短すぎるって思わない?wwww

嵐にしやがれを見て、本番前に相葉ちゃんのドキドキした状態がすごく可愛かったよね
でも、今、わたしがすごい怪物くんにはまってるわぁ
怪物くんを見ると、大ちゃんはもう30歳なんて全然見えないよねー


........................
(คราวนี้ก็ยังคงพยายามนั่งก๊อป絵文字มาด้วยอยุ่ 555)

หลังจากที่ในเมลก่อนหน้านี้เค้าสาดภาษาพูดมาหาเราเต็มที่แล้ว ทำให้เราสบายใจในการใช้ภาษาพูดมากขึ้น
เลยจะเห็นได้ว่า..
ครั้งนี้จะเห็นได้ว่าเราพยายามในการใช้ภาษาธรรมดามากขึ้นค่ะ!!
แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังผสมๆกันไปอยุ่บางเช่น 「そうですね」ควรเป็น「そうだね」มากกว่า

ถึงงั้นเราก็ได้พยายามแล้วล่ะนะ (การให้กำลังใจตัวเองเป็นสิ่งสำคัญค่ะ 55555)

ในประโยค「思ったぐらい」「もう2年ぐらい」เพราะไม่รู้ความแตกต่างระหว่าง「~ぐらい」กับ「~くらい」เราเลย 過剰一般化 ใช้「~ぐらい」ไปหมดเลยค่ะ
ในประโยค「花男Fはもう2年ぐらい終わっても道明寺役の潤くんしか好きじゃない人」 ตรงตัวหนา ควรเป็น「終わったのに」มากกว่า เพราะเราต้องการพูดในความหมายที่ว่า "ทั้งๆที่เรื่องมันจบไปแล้วตั้ง 2 ปี....."

นอกจากนั้น ประโยคนี้ก็ยาวไปด้วย ส่วนที่ขีดเส้นใต้ทั้งหมดขยาย 人 คำเดียวเลย
花男Fはもう2年ぐらい終わっても道明寺役の潤くんしか好きじゃない人は何人もいるらしいですよね」
ส่วนขยายยาวไป ทำให้เข้าใจยาก
(เรื่องนี้เรียนมาจาก 松井先生 ในคาบไควะ ซึ่งชณน.ก็โดนเตือนเรื่องนี้มาเหมือนกัน พอมาสังเกตดูแล้ว เราเป็นคนติดการใช้คำขยายยาวๆใช้ประโยคยาวๆจริงๆด้วยสิ)

「って読むなんだ!」 ควรเป็น「読むんだ」ก็พอ อันนี้ไม่มีอะไรเลย ผิดไวยากรณ์ง่ายๆด้วยตัวเองเลยค่ะ
ติดนิสัยใช้「~んだよね」 ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นตลอดก็ได้ (過剰一般化เยอะจริงๆเรา)
ตรง「相葉ちゃんのドキドキした状態がすごく可愛かった」ตรงตัวหนาควรเป็น「ドキドキした様子」มากกว่า
เพราะคำว่า 状態 มีความหมายว่า...

じょう‐たい 〔ジヤウ‐〕 【状態/情態】

人や物事の、ある時点でのありさま。「危険な―」「健康―」


เพราะฉะนั้นไม่น่าจะใช้ได้ในสถานการณ์นี้...เพราะเราอยากจะพูดว่า "ท่าทางที่ตื่นเต้นๆของไอบะจังน่ารัก" ไม่ใช่สภาพที่ื่นเต้นหรืออะไรแต่อย่างใด
ในขณะที่ 様子 หมายความว่า

よう‐す 〔ヤウ‐|ヨウ‐〕 【様子/容子】

《「す(子)」は唐音》
1 外から見てわかる物事のありさま。状況。状態。「当時の―を知る人」「室内の―をうかがう」
2 身なり。なりふり。「―のいい人」
3 態度。そぶり。「悲しそうな―をする」「手持ち無沙汰な―でいる」
4 物事の起きそうなけはい。兆候。「帰る―もない」
5 しさい。わけ。事情。「何か―がありそうだ」「―ありげな顔つき」
6 もったいぶること。思わせぶり。


จากความหมายเหล่านี้ โดยเฉพาะความหมายที่ 3 เลยคิดว่าในความหมายนี้น่าจะใช้ 様子 มากกว่า 状態 ค่ะ

ผิดคำช่วยเยอะมาก...-*-
ใช้ภาษาผู้ชายปนกับภาษาผู้หญิง...ติดนิสัยใช้ภาษาผู้ชายมากกกกกกกก อาจเพราะดูแต่รายการทีวีที่ใช้ภาษาผู้ชาย ไม่ค่อยคุ้นกับการใช้ภาษาผู้หญิงเท่าไร อันนี้ต้องฝึกพูดอีกเยอะๆค่ะ

มีแต่จุดบกพร่องแฮะ... ถึงงั้นก็ยังพอมีจุดดีอยู่บ้างนะ

ใช้絵文字มากขึ้น!!(ฮา)ทำให้ดูบรรยากาศผ่อนคลายลงเยอะเลย
มีการใช้メタ言語เข้ามาประกอบในประโยคที่ว่า 「前髪は短すぎるって思わない? ถือว่าเป็นการนำเอาสิ่งที่เรียนมาใช้จริงได้มั้ยนะเนี่ย
ถึงจะผิดเยอะยังไง แต่ก็สื่อสารกับเค้าได้เข้าใจอยู่ค่ะ..อาจจะเพราะเค้าเป็นคนญี่ปุ่น ต่อให้เราผิดก็พอเดาได้ก็จริง แต่สำหรับเราที่เป็นต่างชาติแล้ว แค่สื่อสารกันเข้าใจ เค้าไม่เข้าใจเราผิดใดๆก็พอใจในระดับนึงแล้วค่ะ

ก็หมดกันไปสำหรับ output อันสุดท้ายที่จะอัพ...สรุปว่าก็มีแค่ 7 อันเอง (น้อยไปหรือเปล่านี่ยังกังวลๆอยู่)
พอย้อนกลับไปดูก็จะเห็นชัดเจนมากว่าเราไม่ค่อยถนัดการพูดเรื่องทั่วไปและการใช้ภาษาพูดเท่าไรนัก
คิดว่าจะทำได้ดีกว่านี้ถ้าฝึกพูดฝึกใช้ไปเรื่อยๆค่ะ จะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ!!
(ก่อนอื่นต้องหาเพื่อนเมลคุยให้ได้ก่อน ฮ่าๆๆๆ)






別窓 | 内省 | Comments:0 | Trackbacks:0 | top↑
GOAL: 敬語→タメ口1.4
อัพอย่างต่อเนื่องกับ 内省 ของ input4 ค่ะ

หลังจากการเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาธรรมดาของเราไม่ค่อยประสบผลเท่าไรนัก
มาดูคนญี่ปุ่นกันดีกว่าว่าหลังจากที่บอกว่า 敬語なしで เนี่ยเค้าจะเปลี่ยนไปแค่ไหนกัน

早速申請しました(。・ω・)ノ゛
同い年だし、敬語なしで話すね

返信いつでも大丈夫だよ
気にしないでね

そうなんだよね
ここに居るのは、道明寺じゃなくて潤くんなのにって思った
叫んだの女子高生らしいんだけど、話してるときに叫ぶなんて、恥ずかしいと思わないとだめだよね(´;ω;`)

わたしも今年21歳だよ
だから同い年\(^^)/

わかった「ブック」で呼ぶね
わたしは○○って書いて『○○』って読むし、よかったら呼んでね

はい相葉ちゃん担当だよ(*´∇`*)
わかるストレート過ぎず、軽くパーマかかってる感じですごく好きだなあ
翔くん、最近髪切ったよね
すごいイメチェンでビックリした


..................

มัน...เปลี่ยนไปทันทีค่ะ!!!!

ในประโยคแรกของเค้า「早速申請しました」ยังเป็นรูปสุภาพอยู่ แต่แค่บอกว่า 「敬語なしで話すね」เท่านั้น
หลังจากนั้นทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นภาษาธรรมดาหรือ タメ口 ได้อย่างรวดเร็ว
さすが・・日本人 จริงๆค่ะ

นอกจากนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัดว่าเปลี่ยนไปก็คือการใช้ 顔文字 เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ d(-∀-●)
ก่อนหน้านี้เค้าก็เคยใช้มาบ้างเหมือนกัน แต่ก็จะไม่เยอะเท่าครั้งนี้เท่าไรนัก
จริงๆแล้วในตัวเมลของมิกซี่จริงๆเนี่ย จะมีการใช้พวก絵文字ทั้งหลายด้วย
(絵文字คือไอค่อนที่ในบล๊อกนี้ใช้อยู่เรื่อยๆ เยอะๆเนี่ยละค่ะ)
แต่เนื่องจากไม่สามารถก็อปออกมาแปะได้เลยหายไป เหลือแต่ 顔文字 (เช่น (。・ω・)ノ゛ (´;ω;`) \(^^)/ เหล่านี้)
(แต่ก็พยายามจะก็อปๆตัวที่คล้ายๆกันออกมาค่ะ)

ในเมลตัวจริงในเวบมิกซี่เนี่ย เค้าใช้ 絵文字 และ 顔文字 เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ
ตัวพวกนี้เนี่ย ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ใช้ในการติดต่อเรื่องงานหรือธุรกิจเลยแม้แต่น้อย จะใช้กันในหมู่เพื่อนเท่านั้น
เรียกได้ว่าทั้ง 絵文字 และ 顔文字 มีส่วนที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกสบายใจ วางใจว่าเป็นเพื่อนกัน และเบาใจในการเขียนอีเมลหากันและกันมากขึ้นด้วย (ก็มันน่ารักนี่เนอะ)

เพราะฉะนั้นพอประกาศว่า 敬語なしで ปุ๊บ...ตัวพวกนี้ก็เพิ่มขึ้นมาอย่างอัตโนมัติเลยค่ะ (ฮา)

ในเมลคราวก่อน เราขึ้นต้นหัวเมลไปว่า 「夜分遅くですみません」ปกติเวลาส่งเมลเรื่องแลกของกัน ส่วนใหญ่จะข้ามผ่านคำนี้กันไปประหนึ่งว่าคำนี้เป็นเพียงคำที่พูดพอเป็นมารยาทหรือเป็นพิธีเท่านั้น
แต่พอเราเริ่มที่จะคุยกันแบบเพื่อนๆปุ๊บ มิคุก็สนใจคำนี้ขึ้นมาและบอกว่า

「返信いつでも大丈夫だよ
気にしないでね

(พยายามลอก絵文字ในเวบมาด้วย ฮ่าๆๆๆๆๆ)

คำนี้เนี่ยทำให้รู้อย่างนึงก็คือ คนญี่ปุ่นไม่ได้ต้องการให้ตอบเมลทันทีเสมอไป มันขึ้นอยู่กับคนสินะ...
แล้วก็รุ้อีกอย่างด้วยว่าพอเป็นเพื่อนกัน เค้าก็จะ気遣うขึ้นมาทันที

ในประโยค 「すごいイメチェンでビックリした」 เจอคำน่าสนใจที่ไม่เคยเห็นอยู่ นั่นคือ イメチェン นั่นเอง
ถึงจะไม่เคยเจอแต่ก็พอเดาได้ว่ามันมาจาก イメージチェンジ นั่นเอง5555
เพิ่งรู้ว่ามีการย่อกันแบบนี้ด้วย พอลองไปหาดูก็เจอว่า เป็นภาษาวัยรุ่นที่ใช้กันค่อนข้างแพร่หลายเลย
หลังจากนี้จะลองเอาไปใช้มั่งดีมั้ยนะ..อารมณ์ว่า 「イメチェンしたい!」 อะไรแบบนี้ หึหึ

เมลนี้ก็อาจเป็นเมลสุดท้ายแล้วสำหรับ input (มีแค่ 4 อันเอง)
ชอบเมลจากมิคุมากๆ ตั้งแต่การใช้ภาษาสุภาพของเค้าก็ใช้ได้ดี สวยหรูงดงามมากๆ
อ่านแล้วรู้สึกว่า 勉強になりました มากจริงๆค่ะ
พอเปลี่ยนมาเป็นแบบภาษาธรรมดา ก็ยิ่งดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น (อย่างว่า เค้าใช้ภาษาอยุ่ทุกวัน 555)

เอาเมลเค้ามาใช้ในการเรียนแบบนี้โดยยังไม่ได้บอกเค้า ยังไงก็ขอบคุณมากๆมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ มิคุจัง




別窓 | 内省 | Comments:0 | Trackbacks:0 | top↑
GOAL: 敬語→タメ口1.3
สำหรับเอนทรี่นี้จะเป็น 内省 ของ output6ค่ะ

หลังจากเห็นจุดเปลี่ยนของภาษาสุภาพกับภาษาธรรมดากันไปแล้ว
ก็มาดูกันมั่งว่า ชณิจนันท์จะสามารถเปลี่ยนภาษาคุยกับเค้าได้มั้ยค่ะ ฮะๆๆ (หัวเราะขมขื่น)

ก่อนอื่น...ได้ไปหามาเกี่ยวกับจุดเปลี่ยนจาก 敬語 เป็น タメ口
มีคนกล่าวไว้ว่า

..."敬語からタメ口の切り替えタイミングを誤ると、相手に不快感を与えてしまいます。逆に、いつまでも敬語のメールでは距離感が縮まらないばかりか、いつの間にか目に見えない壁を作らせてしまいます。これではメル友以上の関係には発展しませんね。
   
いつかのタイミングで徐々に敬語からタメ口に切り替えていかなければなりません。一番ラクなのが相手からの返信がタメ口だった場合です。この場合は、何も考えずに相手に合わせてタメ口にすれば良いでしょうね。
 
ただ、ほとんどの女性は敬語でメールを送ってきます。
 
私の経験では、メール交換し始めたばかりの1週間は全て敬語で纏めておいて、その後徐々に切り替えていくのが無難だと考えています。
 
まず最初の1週間は、相手の人格や返事パターン(敬語 or タメ口)をじっくり見極めます。その後、徐々に切り替えていきます"...


พร้อมกันนี้เค้ายังได้บอกเทคนิคในการค่อยๆเปลี่ยนภาษาด้วยว่า

..."ちょっと恥ずかしいんですが切り替えのテクニックを教えます。
     徐々に語尾あたりから丁寧語を抜いていけば良いのです。"...


(credit: http://www7a.biglobe.ne.jp/~deaieasy/deai024.html)

ก็คือการค่อยๆเปลี่ยนคำลงท้ายของประโยค เช่น ค่อยๆเติม ですね、ですよ เข้าไป จะทำให้บรรยากาศดูsoftลงนั่นเอง

อ่านแล้วรู้สึกว่าระดับภาษานี่สำคัญเหมือนกันแฮะ
กลับมาเข้าเรื่องของเรา ดูเมลที่เราส่งตอบเค้าไปกันดีกว่่า (output6)

夜分遅くですみません

へええー 『道明寺ー』って叫んだなんて・・・他のメンバーにもちょっと失礼だと思いますけど
それを聞くと悲しいんですね

はい!申請よろしくお願いします

わたし、今年21歳ですが、○○さんはいくつですか?
同い年だったら、敬語なしで話しましょう!!

「ブック」で呼んでください
これはわたしの本当のニックネームですから、気楽に呼んでくださいね
わたしも○○さんをなんて呼んだらいいですか?

あと、○○さんは相葉くん担当ですよね?
最近、相葉くんの髪型はすごくいいですよねー
嵐伝でのMONSTERライブにもすごくかっこよくて、翔くん担なのに相葉くんばかり見ちゃった(笑)


.......................

เพียงแค่มองผ่านๆ...ดูแล้วก็รู้เลยว่า ชณิจนันท์ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นใช้ภาษาธรรมดาได้เลยในทันทีค่ะ!!
ทั้งที่คิดว่าสบายใจไม่ต้องสุภาพมากแล้ว แต่พอคุยกันเป็นภาษาสุภาพมาตั้งนาน อีกทั้งการเรียนที่โรงเรียนอะไรต่างๆนานาก็เรียนมาเป็นภาษาสุภาพ ทำให้เพิ่งตระหนักได้ว่า "เรานั้นไม่ค่อยถนัดใช้ภาษาธรรมดา" เลยค่ะ
อาจเพราะยังอายๆอยู่ด้วยมั้งเนี่ย
เลยทำให้มีหลายจุดที่ใช้ภาษาปนๆกันมั่วๆไป ทั้งภาษาสุภาพ ภาษาธรรมดาซะงั้นเลย

แต่ก็ยังมีส่วนที่คิดว่าผ่อนคลายลงจากเมลเก่าๆอยู่บ้าง เช่น มีการใช้あいづちพวก へえ และที่ท้ายประโยคยังใช้ 「~ね」「~よ」「~よね」มากขึ้นด้วย
แสดงให้เห็นว่าเราก็ค่อยๆผ่อนคลายลงทีละนิดๆเหมือนกัน (ตามแบบที่ข้างต้นได้บอกไว้ แหะๆ)


別窓 | 内省 | Comments:0 | Trackbacks:0 | top↑
| ⌒☆。..MY LIFE IS MY MESSAGE..。☆´ | NEXT>>